counter 4,270

Profile

เวลา
ทำงาน ฟังเพลง อ่านหนังสือ นอน

Recent Readers

You!
Join storythai!

annlife
★파이★
♥! ยั ย ด อ ก ห ญ้ า !♥
เวลา
TONG
อาโป
PatTy9irL✿
*~MP~*
Cogito, ergo sum
MOc!Z
^AuRuMi^
*GOLFZYEZA
โอ๊ววจอย~
นางสาวพาฝัน
juzz  Da  w@y  i  am
G I F E Z
carddigi
chicken-mania
t a n u n t i p w


Link


เพื่อนร่วมstory


ที่ทำงาน


โรงเรียนของเด็ก ๆ

  • www.aromdee.net มาเที่ยวโรงเรียนราชประชารุเคราะห์ ๓๕ กัน

ทำเพื่อใครได้ขนาดนี้

ทำเพื่อใครได้ขนาดนี้มั้ย . . . 

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ
ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี
วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆของฉันมีกัน
จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง
พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด
ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"
พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า
"ผมขโมยเองครับ"
ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง
พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด
จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
พ่อนั่งลงบนเก้าอี้
และด่าว่าน้องชายของฉัน
" ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก
แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"
คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้
หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย
กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก
น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
" พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว"
ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ

หลายปีผ่านไป
แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง
ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...
เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น
เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน
ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย
ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า
" ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ"
แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า
"แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"
ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
" ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว"
พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
"ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนนพ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"
คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน
ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
" ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"
แต่ในขณะเดียวกัน
ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
ใครจะรู้ได้ .......
วันต่อมาในตอนเช้ามืด
น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน
ขณะฉันกำลังหลับ
" พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"
ฉันนั่งอยู่บนเตียง
อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .......
ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป


ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .....
ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น
กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .......
ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3
วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก
เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า
"มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ"
ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???
ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่
ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
...
ฉันถามเขาว่า
"ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"
น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า
"ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"
ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ
" พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง
เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"
จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน
แล้วพูดว่า
"ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"
ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .
วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
ฉันสังเกตเห็นว่า
หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก
หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
"แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"
แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า
" แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก
วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ
น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"
ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม"
ฉันถาม
"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ
และ..."
น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง
"เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ"


ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...
หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...
แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
แต่เมื่อออกไปแล้ว
ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี
จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...
เขาบอกกับฉันว่า

"พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"
สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของ ครอบครัว
เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
...
แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา
วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล
ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
" ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้
ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"
คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด
ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
"พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน
ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ
คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"
น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .....
ฉันบอกกับน้องว่า
"แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."
"ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"
น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ  26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...

เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี
เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกัน
ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
" ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"
น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" .....
และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้
"ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม.
เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน
วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง
และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล
เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .......นับจากวันนั้น
ผมสาบานกับตัวเอง
ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
และจะทำดีกับเธอ"
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน
คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .......
"ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"
ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...



ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท
น้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ   ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า

"ซัมซุง"


และเรื่องราวของท่านทั้ง 2 คนกำลังถูกนำมาสร้างเป็นซี่รี่ย์ โดยดาราเล็กๆ คนคือ ซอง เฮ เคียว และ ลี ดอง ฮุคครับ

บู มิง ฮอง
เล่าเรื่อง


จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ
วันในชีวิตของคุณและเขา
คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ
แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง
.. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ
พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน
หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม

จบบริบูรณ์....

หัวใจสีแดง******ยิ้มแฉ่ง****ขยิบตา****ประหลาดใจ****แลบลิ้น****ร้องไห้*****หัวใจสีแดง

 

#1เรื่องนี่อ่านและก็ซึ้ง

ชอบจังเลย เลยเอามาเก็บไว้ในไดอารี่
เวลา on 2008-06-17 20:08:18
#2อ่านมาได้ครึ่งเรื่องอยู่ดี ๆ น้ำต่จากไหนไม่รู้ก็ไหลออกมา
รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลมาเต็นหน้าแล้ว
กิ๊บเป็นน้องคนเล็กของบ้านเคยแต่แกล้งพี่ เอาแต่ใจตัวเอง
ต่อไปกิ๊บจะรักพี่สาวของกิ๊บเหมือนอย่างในเรื่องนี้คะ
ชอบจังเลยคะ
KJ 4 Ever on 2008-06-17 23:33:57
#3ชอบเรื่องนี้มากๆ เรย อ่านมาหลายรอบแล้ว

เอาไปสร้างเป็นซีรี่เรื่องไรหว่า
ส ะ โ ก๊ ย . . * on 2008-06-18 14:32:33
#4ซึ้งมาก ๆ จะมีสักกี่คนที่เป็นเช่นนี้
Pinggunon 2008-06-20 08:56:33
#5







ซึ้งกินใจ
น่ารักon 2008-06-23 15:29:51
#6นั่นสิจะมีซักกี่คนที่ทำได้เช่นนี้

ซึ้งที่สุด
ดอกเข็มon 2008-06-24 10:15:05
#7


โดนสุดสุด
sKo0Ffi3z on 2008-06-24 17:09:50
#8ซึ้งมากเลยอะ
น้องชายทำเพื่อพี่สาวได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
จะมีใครทำเพื่อเราได้แบบนี้บ้างน๊า
^^
#9ซึ้ง

จริง ๆ

จะมีใคร

ซักกี่คนนะเนี้ย
จ๊ะจ๋าon 2008-06-26 16:50:12
#10ผมก็ชอบเรื่องนี้มากครับ
เคยได้รับเป็นเมลล์ฟอร์เวิร์ดนานแล้ว
อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยครับ

เคยเอาไปเล่าให้เพื่อนฟัง
เพราะเพื่อนไม่ชอบอ่านเมลล์ฟอร์เวิร์ดยาว ๆ
เพื่อนผมฟังผมเล่าให้ฟังยังน้ำตาคลอด้วยเลย
ถ้าเค้าอ่านเอง คงจะได้ฟิวส์กว่าเยอะเลย
iStyle on 2008-06-28 09:31:37
#11ปีซังมาทักทายค่ะ
#12ขอบคุณมากที่เข้ามาแล้วอ่านเรื่องนี้


อยากให้ทุก ๆ คนเข้ามาแล้วอ่านดู มันอาจจะยาวไป


แต่มันซึ้งกินใจจริง ๆ นะ
เวลา on 2008-06-30 21:56:15
#13

สิ่งเล็กน้อยสำหรับเรา
อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับใครบางคน
โอ๊ววจอย~ on 2008-07-01 00:43:23
#14อ่านแล้ว จะร้องไห้
|| Giftiiz || on 2008-07-01 20:20:46
#15ซึ้งมากๆ น้ำตาไหล ชอบอ่า...
t a n u n t i p w on 2008-07-01 20:29:32
#16ซึ้งอะ...ซึ้งมากๆ
ทำให้ได้ย้อนมองตัวเองอะ
รู้สึกผิดที่อาโปไม่ค่อยได้ใส่ใจน้องตัวเองเท่าที่ควรอะ
อาโป on 2008-07-02 00:02:56
#17ยาวจริง ๆ คะ แต่ก็ซึ้งดี ขอบคุณที่เข้ามาพูดคุยนะคะ
chicken-mania on 2008-07-02 13:37:13
#18ซึ้งจังเร้ยยยเด๊!!!~
เเต่ย๊าววว ยาววอ่ะ
เหอๆๆ
G I F E Z on 2008-07-03 13:01:02
#19

เศร้าอ่ะค่ะ
ได้แต่คิดว่า ทำไมหนอ
พี่น้องเราไม่รักกันแบบนี้บ้าง

ขอบคุณค่ะที่เม้นให้ เทกแคร์ค่ะ
juzz Da w@y i am on 2008-07-05 18:44:57
#20^^
รุสึกดี . . .มาก
นางสาวพาฝัน on 2008-07-05 21:32:18
#21อ่านแล้วสะเทือนใจจังค่ะ
แต่มันก็จบด้วยดีนะ ^ ^
^AuRuMi^ on 2008-07-06 09:09:45
#22

ผมคึดว่าเรี่องนี่สอนให้เรารู้จักการให้ พี่ของเธอถอดถุงมือยอมมือบวดเพื่อน้องหายเย็นและน้องยอมทำทุกอย่างให้พี่มีความสุข เรื่องสอนให้รู้ว่าถ้าเราทำสิ่งได้โดยที่เราไม่หวังสิ่งสอบแทนอยู่ที่ว่าเราทำแล้วมีความสุขแก่ผู้รับเพียงใดและ ถ้าคนเรารู้จักการทำดีเสียสระต่อคนรอบข้างก่อน และทำเพื่อไม่หวังสิ่งตอบแทน
เจมส์5/2on 2008-07-09 18:00:00
#23

ผมคึดว่าเรี่องนี่สอนให้เรารู้จักการให้ พี่ของเธอถอดถุงมือยอมมือบวดเพื่อน้องหายเย็นและน้องยอมทำทุกอย่างให้พี่มีความสุข เรื่องสอนให้รู้ว่าถ้าเราทำสิ่งได้โดยที่เราไม่หวังสิ่งสอบแทนอยู่ที่ว่าเราทำแล้วมีความสุขแก่ผู้รับเพียงใดและ ถ้าคนเรารู้จักการทำดีเสียสระต่อคนรอบข้างก่อน และทำเพื่อไม่หวังสิ่งตอบแทน
เจมส์5/2on 2008-07-09 18:00:58
#24คุณครูสบายดีมั้ยคะ
^AuRuMi^ on 2008-07-10 19:22:26
#25เอื้อง
เป็นเรื่องราวที่สอนให้คนรุ้ถึงความเสียสละของพี่สาวและน้องชายที่ต้องทำเพื่อคนที่ตัวเองรัก แม้ว่าจะต้องเสียความฝันของตัวเองก็ตาม
ซึ้งมากๆเลยค่ะ
aoyon 2008-07-14 10:06:30
#26เพราะความรัก ระหว่าง ชายหญิง มันต่างกับ ความรัก ระหว่าง พี่น้อง หรือ พ่อแม่
เพราะ มัน รัก แล้วจึงผูกพันธ์ แล้วความผูกพันธ์ มันทำให้ขาดกันไม่ได้
แต่ถ้าวันนึง ความรักหมดไป พร้อมๆ กับความผูกพันธ์
"so...u have to say GOOD BYE to each other"
ซึ้งมากๆ อ่านแล้วก็สะท้อนในชีวิตจริงเลยค่ะ
เอิงon 2008-07-15 13:47:43
#27เพราะความรัก ระหว่าง ชายหญิง มันต่างกับ ความรัก ระหว่าง พี่น้อง หรือ พ่อแม่
เพราะ มัน รัก แล้วจึงผูกพันธ์ แล้วความผูกพันธ์ มันทำให้ขาดกันไม่ได้
แต่ถ้าวันนึง ความรักหมดไป พร้อมๆ กับความผูกพันธ์
"so...u have to say GOOD BYE to each other"
ซึ้งมากๆ อ่านแล้วก็สะท้อนในชีวิตจริงเลยค่ะ
เอิงon 2008-07-15 13:48:07
#28เพราะความรัก ระหว่าง ชายหญิง มันต่างกับ ความรัก ระหว่าง พี่น้อง หรือ พ่อแม่
เพราะ มัน รัก แล้วจึงผูกพันธ์ แล้วความผูกพันธ์ มันทำให้ขาดกันไม่ได้
แต่ถ้าวันนึง ความรักหมดไป พร้อมๆ กับความผูกพันธ์
"so...u have to say GOOD BYE to each other"
ซึ้งมากๆ อ่านแล้วก็สะท้อนในชีวิตจริงเลยค่ะ
เอิงon 2008-07-15 13:48:46
#29เพราะความรัก ระหว่าง ชายหญิง มันต่างกับ ความรัก ระหว่าง พี่น้อง หรือ พ่อแม่
เพราะ มัน รัก แล้วจึงผูกพันธ์ แล้วความผูกพันธ์ มันทำให้ขาดกันไม่ได้
แต่ถ้าวันนึง ความรักหมดไป พร้อมๆ กับความผูกพันธ์
"so...u have to say GOOD BYE to each other"
ซึ้งมากๆ อ่านแล้วก็สะท้อนในชีวิตจริงเลยค่ะ
เอิงon 2008-07-15 13:49:44
#30คนภายนอกอาจมองว่าการทำอะไรสักอย่าง
เพียงเล็กน้อย
อาจจะไม่สำคัญอาจหรืออาจทำไปเพื่อหน้าที่
แต่น้องชายคนนี้เก็บสิ่งดีๆที่พี่สาวทำให้ในวัยเด็ก
มาเป็นสิ่งเตือนใจตนเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีคือการทำอะไรแล้วทำด้วยใจที่รักจริงไม่ใช่ทำเพื่อตอบแทนที่เค้าเคยทำให้รเท่านั้นเอง(ทำจากใจจริง)
Dear5/2on 2008-07-15 13:51:08
#31คนภายนอกอาจมองว่าการทำอะไรสักอย่าง
เพียงเล็กน้อย
อาจจะไม่สำคัญอาจหรืออาจทำไปเพื่อหน้าที่
แต่น้องชายคนนี้เก็บสิ่งดีๆที่พี่สาวทำให้ในวัยเด็ก
มาเป็นสิ่งเตือนใจตนเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีคือการทำอะไรแล้วทำด้วยใจที่รักจริงไม่ใช่ทำเพื่อตอบแทนที่เค้าเคยทำให้รเท่านั้นเอง(ทำจากใจจริง)
Dear5/2on 2008-07-15 13:51:38
#32
ซึ้งๆมากๆเลยครับครูเกือบร้องไห้เลยล่ะครับ ผมอยากได้น้องชายแบบนั้นบ้างจังครับที่มีแต่ความเสียสละและการให้เพื่อพี่ที่ตนเองรัก และการกตัญญูต่อพ่อแม่และพี่
อ็อค ม.5/2on 2008-07-15 13:53:03
#33 อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองผิดมากเพราะหนูมีน้องแต่หนูยังทฎเพื่อน้องไม่ได้ขนาดนี้หนูเคยว่าน้องแรงๆจนน้องต้องร้องไห้ทั้งๆที่น้องคอยรับผิดแทนหนูตลอดหนูคงเห็นแก่ตัวมาก แต่มีเหตุการณ์หนึ่งพิสูจฯได้ว่าหนูรักน้องมากคือวันหนึ่งน้องหนูข้ามถนนและมีรถขับมาอย่างเร็วหนูตกใจมากแต่ดีที่คนขับเบรกรถทันถ้าวันนั้น้องของหนูเป็นอะไรไปหนุคงไม่ให้อภัยตัวเองเลย เรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดหนูไว้มากทฎให้เรารู้จักความผูกพันธ์ความรักระหว่างพี่น้องว่ามันมีความผูกพันธ์แน่นหนาแค่ไหนเรื่องนี้ทำให้หนูรักและเอาใจใส่น้องมากขึ้นกว่าเดิมขอบคุณนะคะที่มีเรื่องที่ให้ข้อคิดดีๆแก่ตัวหนู ขอบคุณคะ
ภัทจิราณ์on 2008-07-15 13:59:11
#34เคยมีคนเอามาให้อ่าน ทำให้รู้สึกถึงใคร หลายคน
ที่พยายามเป็นแบบนี้ค่ะ
เราก็มีพี่ชาย และทุกครั้งพี่ชายจะทำให้อะไรเสมอ
แต่ปัจจุบัน พี่ชายจากไปแล้ว 10 ปี ด้วยอุบัติเหตุ
และต่อมาก็มีน้องชายซึ่งห่างกัน 10 ปี แต่ตอนนี้
น้องชายก็ทำเหมือนพี่ชาย แทนค่ะ
ricebirdson 2008-07-19 13:26:14
#35เรื่องนี้อ่านแล้วซึ้งมากมันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าน้องกับพี่มีความรักความผูกพันธ์ที่อยากจะหาอะไรมาเปรียบรู้สีกว่าอยากมีน้องชายแบบนี้จังเลยคะน้องที่ทำเพื่อพี่ได้ขนาดนี้มันคงหาได้อยากมากในสมัยนี้ ทุกตอนที่ได้อ่านมันเหมือนกับเราเป็ผู้แสดงเอง อ่านไปร้องให้ไป ซึ้งสุดยอดจริงๆค่ะ
รุ้ง5/2on 2008-07-20 13:06:14
#36ใครทำสิ่งใดไว้ย่อมได้รับสิ่งดีตอบ
แทนถึงจะไม่ใช่การตอบแทนด้วยเงินทอง
แต่เค้าตอบแทนด้วยความรักที่หา
สิ่งใดเปรียบไม่ได้จริงๆอ่านแล้วนึกอิจฉาพี่สาวที่มี
มีน้องชายที่แสนดีแบบนี้มากมากเลย
หวังว่าจะได้เป็นซีรี่เร็วนี้นะคะชอบมากกกกก
หญิง5/2on 2008-07-31 11:24:44
#37เคยอ่านทีนึงแล้วกินใจมากๆ
แต่ก็ได้แค่กินใจ
เพราะยังไม่เคยมีพี่น้องที่เป็นแบบนี้เลย
แง้วๆ
PatTy9irL✿ on 2008-08-01 18:42:28
#38ไม่ว่าอ่านกี่รอบ...น้ำตามันก็ยังคงไหลได้อีก
ซึ้งมากมาย
อาโป on 2008-08-12 22:59:07
#39อ่านแล้วอยากร้องไห้ทุกครั้งเลย
#40อืม..ยอมรับว่าทำให้น้ำตาคลอ เพราะรู้สึกซึ้งถึงความรักที่ทั้นสองพี่น้องมีให้กันเป็นอย่างมาก..โดยเฉพาะความรักที่ไม้หวังผลตอบแทนหรือรักที่เลือกจะเสียสละให้ใครคนหนึ่งแต่คิดว่ารักแบบนี้ไม่ได้มีมากนักในโลกใบนี้เนื่องจากสังคมเปลี่ยนไปมากเราก็รู้ๆกันอยู่..
ในบทที่เขียนนี้ได้แทรกเรื่องราวการดำเนินชีวิตมากพอสมควร เหมือนตั้งใจเขียนเกินไปจึงคิดว่าไม่เมื่อการเล่าเรื่องชีวิตจริงที่ผ่านมา...
ส้ม 5/2 ( ^ ! ^ )on 2008-09-20 20:40:13

งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

sav12